Perfil de WindypadawindyFotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
padawindy |
25 octubre ใต้แสงนีออนในรถคันหนึ่งผมกำลังนั่งอยู่บนเบาะแคบๆในรถตู้คันเล็กๆคันหนึ่ง
ข้างนอกกระจกใสเห็นเงาคนงานเดินไปเดินมาอยู่ไหวๆ คงเป็นเพราะกำลังทำการขุดสร้างทางลอดใต้สี่แยกอยู่ รถก็เลยติดแหง่กมาหลายนาทีแล้ว นั่งมองดูก็ไปน่าคิด คนบางคนต้องตื่นแต่เช้า รีบเร่งไปตอกบัตรให้ทันเวลาเข้าทำงาน ทำงานบางทีก็ต้องเอากลับมาทำบ้าน ดึกๆดื่นๆ สุขภาพอ่อนแอ จิตใจก็อ่อนล้า เปรียบเทียบกับคนงานที่ทำงานตอนดึกๆ ร้อนก็ไม่ร้อน แถมได้ออกกำลังกายทุกวัน ร่างกายแข็งแรงยิ่งนัก คิดๆแล้วก็น่าสนใจไม่เลว ถ้ากลับเวลาทำงานเป็นกลางคืนทำงานที่ออกแรงนิดหน่อย กลางวันพักผ่อนนอนหลับได้ ก็น่าจะไม่เลว ที่ต้องเสียเพิ่มก็คงเป็นเปลืองพลังงานมาทำแสงสว่างมากขึ้น แต่สุขภาพผิวน่าจะดีขึ้น สำหรับคนที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งผิวหนัง อืม... นี่รถติดนานขนาดคิดเป็นตุเป็นตะไปได้ขนาดนี้เชียวรึเนี่ย โชคดีที่วันนี้ผมติดหนังสือเล่มใหม่ของวินทร์มาเล่มหนึ่ง ก็เลยนั่งอ่านเก็บไอเดียไปเพลินๆ ถึงแม้แสงไฟจะหริบหรี่ไปซักหน่อย
พออ่านไปถึงบทหนึ่ง
น้ำตาเกือบจะไหล เป็นเนื้อเรื่องสั้นๆที่เกี่ยวกับสงคราม อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกบีบอย่างบอกไม่ถูก คล้ายๆกับครั้งที่อ่านหนังสือซีรีย์ของหนังสือเกี่ยวกับวิถีนินจาและซามูไร
ของญี่ปุ่นที่แต่งโดยชาวยุโรปที่ชื่อประมาณ cross the nitingle floor ความรู้สึกใกล้เคียงกันแต่เนื้อของอารมณ์แตกต่างกันพอสมควร
หนังสือบางเรื่อง อ่านแล้วก็สะท้อนใจ หลายเรื่อง อ่านแล้วไม่ได้อะไร และทำให้จิตตก หดหู่ บางเรื่องอ่านแล้วก็เศร้าหมดอาลัยตายอยาก แต่บางเรื่องอ่านแล้วก็เกิดไอเดียอะไรมากมาย บางครั้งมากเกินพอที่จะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตทำมันให้หมดด้วยซ้ำ พรุ่งนี้... จะติดเล่มไหนมาอ่านอีกดี ? 24 octubre แค่คำถามแค่คำถาม
K\WG II
ได้ฟังคำพูดบางคำ
ตัวฉันก็พอเข้าใจถึงความลำบากใจที่เธอเก็บอยู่ข้างใน
ฉันคงไม่รู้ว่าการตัดสินใจที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
จะจบด้วยความผิดหวังซ้ำๆของฉัน หรือจะเป็นความหวังของเขากันที่ต้องพังทลาย ฉันก็คงมีแค่คำถามสั้นๆที่อยากจะถาม หากต้องเลือกระหว่างเธอและฉัน ว่าในวันหนึ่งที่ใครสักคนจะต้องตายจากกันไป เธอจะเลือกให้ใครเป็นฝ่ายที่ต้องจากไปก่อน ? หากว่าเธอนั้นเลือกให้ฉันจากไปก่อน
และเธอจะยอมรับเอาความเจ็บช้ำไว้เบื้องหลัง เธอจะรู้หรือว่าความสูญเสียในครั้งนั้น เธอจะรับมันไหวซักเพียงใด และตัวฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะพรากจากเธอไปเช่นกัน หากแม้เธอเลือกจะเป็นฝ่ายไป กับความเจ็บปวดรวดร้าวและทรมานเพียงลำพัง เธอเคยคิดบ้างไหมว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร เมื่อคนที่ฉันรักจะหายจากกันไปต่อหน้าต่อตา ฉันจะทนได้อย่างไร และในการตัดสินใจของเธอครั้งนี้
เธอจะยังคงเลือกเป็นคนไปอยู่กับอดีตเก่าๆที่เธอไม่เต็มใจ แล้วปล่อยให้ฉันปวดร้าวอยู่อย่างนี้ หรือจะให้ฉันจากไป ฉันก็ไม่เต็มใจเหมือนๆกัน ฉันแค่อยากจะถามเธออีกซักครั้ง
ว่าทางที่เราจะร่วมเดินไปต่อด้วยกัน ทางที่ดูเหมือนความฝันจะเป็นไปได้ยากลำบากในสายตาผู้คนรอบข้าง
แต่จะเป็นทางที่เราได้เดินเคียงคู่กันไปตลอดทาง
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
มันไม่มีอยู่จริงๆ หรือเพียงเธอมองข้ามมันไป Title : โปรดเถอะ
Artist : โป้ โยคีเพลย์บอย Album : ost.เก็บใจไว้เพื่อรัก Label : bakery music intro : Gmaj7 / G / Gmaj7 / G
G Gmaj7 Bm7
จริงอยู่ ทุกอย่างสองเรานั้นรู้ไม่จำเป็นต้องบอก Am7 D7add9 Dadd9
ฉันเชื่อ คุณค่าจิตใจนั้นเหนือกว่าสิ่งไหน G Gmaj7 Bm7
รู้ดี และไม่ต้องการพิธีอะไรที่มากมาย Am7 D7add9 Dadd9 Dsus4/D
เพราะเข้าใจ มั่นใจในเธอทุกครั้งตลอดมา Am7 Dadd9 Am7
แต่ว่าวันนี้ สิ่งที่ฉันเป็นมันต่างจากวันนั้น Dadd9 Am7
ทั้งที่จิตใจฉันเองอยากจะเข้มแข็ง Dadd9 Am7 Dadd9
แต่ว่าเรี่ยวแรง บอกว่าฉันคงทนเข้าใจเธอไม่ได้ Am7 Dadd9 D
รู้สึกอ่อนล้า จนใจฉันกลัวจะทนไม่ไหว G/Gmaj7 Em C
* โปรดเถอะนะ แสดงว่าเธอรักสักครั้งหนึ่ง D
ให้ฉันได้ซึ้งถึงความรักบ้าง G/Gmaj7 Em C
กอดจูบฉันเบาๆ เหมือนที่เธอเคยเมื่อก่อน Am7 Dadd9 G
โปรดช่วยย้อนให้ความจำ และช่วยย้ำให้ฉันมั่นใจอีกที (ซ้ำ *)
Am7 Dadd9
โปรดช่วยย้อนให้ความจำ และช่วยย้ำให้ฉันมั่นใจอีกครั้ง (ดนตรี) G / C / G / C IIIสามวันหยุด
วันเสาร์นี้ เป็นวันหยุดที่เรียกได้อย่างเต็มปากครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หลังจากที่ผมเริ่มไปลงเรียนพิเศษและจบคอร์สลงเมื่อวาน โดยความรู้ทางด้านภาษาที่เพิ่มขึ้นมาบ้างพอสมควร แต่ความตั้งใจที่จะขวนขวายต่อเองจากศูนย์กลายเป็นเกือบร้อย แต่ก็เพราะวันนี้เป็นวันหยุดที่ไม่ได้มีมาบ่อย และไม่มีมานาน
แม้จะเสียดายจากการที่จะได้นั่งมองสาวๆน่ารักๆที่ห้องเรียนไปบ้าง แต่เราก็สามารถชดเชยได้ด้วยการให้อะไรที่ตัวเองต้องการ ได้เดินทางไปเดินดูงานสัปดาห์หนังสืออีกครั้ง พร้อมกับได้สมุดติดมือมาแทนที่จะเป็นหนังสือ (อีกแล้ว) วันนี้อารมณ์ดูหนังสือไม่มี
เพราะผมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายกับคนรอบข้างอีกครั้ง จริงๆจะเรียกว่าผมเป็นเหตุก็ไฃเรียกได้ไม่เต็มปาก เรื่องมันเป็นไปตามเหตุและผลของมันอยู่แล้ว หากมองจากมุมมองข้างนอก บางครั้ง
การตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องก็ดูยุ่งยากเกิดที่คนบางคนจะรับไหว เพราะเรื่องที่ต้องตัดสินใจมันมาจากคนมากกว่าหนึ่งคนที่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจ ชีวิตคนแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน วิธีคิดก็แตกต่างกันบ้างเป็นธรรมดา แต่การตัดสินใจในสิ่งที่จะเปลี่ยนอนาคตของคนๆหนึ่ง ก็อาจทำลายความหวังของคนอีกหลายๆคนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามก็คือ
ใครควรจะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจที่สุด คนที่รับผลโดยตรงจากการตัดสินใจนั้น หรือคนรอบข้างที่ได้ผลกระทบ โดยส่วนตัว..
ผมเคารพการตัดสินใจของคนที่รับผลโดยตรงของการตัดสินใจครั้งนั้น มากกว่า.. แต่โลกมันก็ไม่ง่าย อย่างนั้น.. แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ยากกว่านี้ไปทำไม... ถ้าเราทำมันไม่ง่ายได้... จบหนึ่งวันหยุดแรก ด้วยอารมณ์ที่สวิงสุดๆ แต่สิ่งที่ดีในวันที่ร้ายก็คือ ได้เสื้อผ้าใหม่มาหนึ่งชุดในราคาที่พอใจ+กลิ่นสนิมเล็กน้อย ตื่นเช้าขึ้นมาวันใหม่ ด้วยปัญหาที่ท้าทายสุดๆ กับการแก้ปัญหาที่กองรวมๆกันอยู่บนโต๊ะ จริงๆแล้วหลายๆปัญหาก็แก้ไปแล้วล่ะ แต่การที่เราจัดมันให้ดูไม่เรียบร้อย มันก็อาจจะทำให้คนอื่นมองและตัดสินเราด้วยคำว่าไม่มีความรับผิดชอบได้ง่าย การไม่พูด ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเห็น
แต่การไม่แสดงความเห็น ก็ไม่ได้แสดงว่ามีความคิดเช่นกัน ลงมือกับการแก้ปัญหาที่ท้าทานด้วยสมาธิที่แกว่ง
แกว่งไปการคิดอะไรนอกกรอบที่ควรเป็น ทำไมเราต้องทำในสิ่งที่คนอื่นมองว่าดีและควร และการที่เราทำงานไปเรื่อยๆ มันจะยิ่งทำให้ความคิดและมุมมอง ในการกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง หรือหวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง มันมากขึ้นจริงเหรอ ? เรากลายเป็นคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
ความร้อนแรงในสมองวิ่งอย่างเร็วและร้อนประมาณ 3 รอบกว่า จิตสงบและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่จำเป็นว่าทางข้างหน้าจะดีอย่างที่คนอื่นมอง เราจะแคร์คนอื่นทำไมมากมาย ถ้าเราจะเลือกเดินเอง และเรายอมรับมันได้จริงๆ เขี่ยปัญหาตรงหน้าทิ้งได้อย่างน่าพอใจสำหรับตัวเอง
ปัญหาใหม่ถาโถมเข้าต่อแทบจะทันทีแต่สติยังไม่พร้อมจะรับ เพราะรู้และเข้าใจว่าปัญหาใหญ่ๆต้องใช้เวลาและสติที่เพียงพอต่อการย่อย ถ้าเรามีพร้อมทั้งคู่ ปัญหาอะไรก็เป็นเรื่องเล็ก จะทำให้ยากไปทำไม :) ออกไปเดินเล่นในงานแสดงสินค้าของขวัญที่อาคารชาเลนเจอร์เมืองทอง
เดินแบบไม่คิดอะไร และไม่เอาสมองซีกซ้ายมาใช้ นอกจากคำนวณตังต์ที่จ่ายไปให้กับความสุขที่ได้แลกมา เป็นการเดินที่ใช้อารมณ์สัมผัสแต่ศิลปะล้วนๆ สัมผัสแต่สิ่งที่ชอบ มองแต่สิ่งที่สร้างไอเดียสร้างสรรค์ที่ขาดหายไปนาน และ ซื้อมาแต่สมุดอีกแล้ว... ผ่านไปครึ่งฮอล ได้สมุดไป 6-7 เล่ม
เป็นการหมดตังค์ที่ไม่มาก แต่อารมณ์+อาร์ตดีขึ้นเยอะเลย ก่อนกลับบ้านแวะทานข้าว+ซื้อสินค้าเอาไว้แก้ปัญหาพรุ่งนี้ และนมบำรุงฝากพี่สาวอีกเล็กน้อย กลับมานั่งทำสมาธิขณะรีดผ้า ผ้ามากมายก่ายกอง ใส่ได้เป็นเดือน
รีดจนไม่รู้สึกว่ารีดผ้าอยู่... แขนทำงานเป็นอัตโนมัติ... ค่ำคืนนี้จบลงด้วยพละกำลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่คิดและจดไว้มานานสามเดือน
ระบบของเวบใหม่เสร็จตอนเที่ยงคืน 44 นาที นอนตายตาหลับ... ตื่นเช้ามาจัดแจงหน้าตาตัวเอง กล้องและอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมทั้งข้อมูลที่เผื่อต้องใช้ ก่อนออกจากบ้าน วันนี้เดินทางไปเป็นพิธีกรช่วยในงานมีตติ้งประจำ(สอง)ปีของเวบ
และควบตำแหน่งตากล้องประจำเวบ ปีนี้ทำงานน้อยลง เพราะเริ่มทำงานเป็นทีมมากขึ้น
ผลงานมากขึ้น คุณภาพสูงขึ้น และเหนื่อยแรงน้อยลง ได้พักผ่อนหย่อนใจกับการเก็บบรรยากาศ
รู้สึกว่าตัวเองอ่อนประสบการณ์ลงไปมากมายเพราะขาดการซ้อมเป็นเวลานาน สงครามครั้งหน้ากำลังจะเริ่มต้น ณ ต้นเดือนหน้า เป็นสงครามที่พลาดไม่ได้ และไม่มีโอกาสให้พลาดอีกแล้ว ก่อนจะปลดระหว่างอาวุธเข้าไปฝึกจิตใจในศาสนา เสร็จงานเดินทางไปงานสัปดาห์อีกครั้ง ตามคำแนะนำของน้องว่าให้ไปดูหนังสือบางเล่มอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้มันมาครองจริงๆ ของที่เราต้องการบางอย่าง
จดๆจ้องๆมันตั้งนาน ก็มองไม่เห็นค่า ต้องรอให้คนอื่นมาชมความงามต่อหน้าต่อตา คนเราถึงจะเชื่อและมองเห็นคุณค่าได้ง่ายกว่ามองเอง ตกลงเราเชื่อตัวเอง หรือเชื่อคนอื่นกันแน่ ???
นั่งรถกลับบ้าน ง่วงนอนอยากหลับมากมาย ระหว่างนั่งรถรู้สึกได้ถึงความน่ารักของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งข้างหลัง มองไม่เห็น เพราะง่วง แต่รู้สึกได้ว่าน่ารักและน่าเป็นนางแบบให้ถ่ายรูปมากมาย แต่เนื่องจากง่วง ไม่มีแรง และไม่รู้จะทำยังไง เลยเก็บเอาแค่อารมณ์สดชื่นกลับมา แล้วปล่อยให้เธอจากไป ถ้าฟ้ามีตา ครั้งหน้าพาเธอกลับมาที
ผมอยากถ่ายรูปเธอซักที... กลับถึงบ้าน นั่ง process รูปด้วยใจระทึก HDD ของ note book ใกล้เต็ม พื้นที่ๆไม่พอนั่งทำรูปทั้งหมดแน่ๆ พื้นที่บนเวบก็ร่อยหรอเกินกว่าจะยัดเยียดรูปทั้งหมดที่มี แล้วฟ้าก็ประทานเฮ้ยยอดมาช่วย พี่แกใจป้ำเพิ่มพื้นที่ให้เป็นร้อยเม็ก โอวววว.... (เสียงประกอบคำบรรยายว่าดีใจแค่ไหน) มีแรงนั่ง process ไป แต่ง gallery ไป
รวมทั้งล้าง Wall paper ห่วยๆสมัยรุ่นคุณปู่ทิ้ง และแต่งใหม่ให้งามสุดๆ ทำเสร็จนอนตายตาหลับ งานที่ค้างคา วันหน้ายังมี....
แต่วันนี้มีความสุขกับศิลปะที่ขาดแคลนมานานแล้ว (^-^) 19 octubre อ่อนแอเพราะขาดแคลนศิลปะมาหล่อเลี้ยงนั่งจิ้มคอมอยู่ท่ามกลางความมืดอีกครั้ง
ช่วงนี้อากาศลุ่มๆดอนๆ เหมือนหัวใจที่กระเด้งกระดอนไปมาไม่นิ่งเสียที คงเพราะกำลังจะถึงเวลาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในชีวิต การทำงานที่ต้องเป็นมืออาชีพมากขึ้น ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาที่ท้าทายมากขึ้น แต่เวลาที่ยังจำกัดเหมือนเดิม ยังจำได้ว่า
ตอนที่ยังเรียนอยู่ในคณะ ยังพักอยู่ในหอ ผมมักจะเขียนกราฟเล็กๆอันหนึ่งเอาไว้เตือนใจตัวเองที่ไวท์บอร์ด กราฟเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่าที่มีจุดตัดตรงกลาง แต่ละมุมจะถูกกำกับด้วยคำที่แทนความหมาย ของสิ่งสำคัญในชีวิตไว้ โดยแบ่งออกเป็น 6 อย่างง่ายๆ คือ สุขภาพ ความรู้ เพื่อน ศิลปะ อารมณ์ และ รัก วันไหนอารมณ์ดี กราฟด้านอารมณ์ ก็จะพุ่งออกจากจุดศูนย์กลางไปแตะปลายแหลมด้านอารมณ์ของรูปหกเหลี่ยม
วันไหนไปเฮฮา ทำกิจกรรม กับเพื่อนๆมา วันนั้นกราฟเพื่อนก็จะวิ่งทะลุยอดแหลมไป วาเลนไทน์ตอนปีสองที่เดินถือดอกไม้คนเดียว ไม่รู้จะเอาไปให้ใคร กราฟด้านรักก็จะเหี่ยวใกล้จุดศูนย์กลาง ชีวิตก็เป็นอยู่แบบนี้... เบี้ยวๆ เบนๆ แต่ก็มีความสุขมากบ้างน้อยบ้างตามสภาพ ไม่เคยมีอะไรเต็มสมบูรณ์ แต่ก็เคยมีครั้งไหนที่เลวร้ายไปเสียทุกอย่าง วันนี้ร่างกายอ่อนแอ จนรู้สึกว่าใช้ร่างกายโหมมากเกินไปหรือเปล่า พี่ๆน้องๆเข้าโรงพยาบาลกันเป็นว่าเล่น วันนี้เราให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆในชีวิตบ้างมั๊ย ? นั่งคิดแล้วย้อนดู ถ้าวาดกราฟด้านนี้จริงๆ ด้านความรู้คงกำลังพุ่งขึ้นเป็นจังหวะที่เมามันกว่าปีไหนๆ แต่สุขภาพกลับร่วงลงอยู่น่าใจหาย
ทำงานและเรียนเสียจนไม่มีเวลาออกกำลังกายเหมือนครึ่งปีก่อน เพื่อนเพิ้นไม่ได้พบเจอหน้าตา และกินข้าวด้วยกันเกือบสามเดือน นับตั้งแต่วันเกิดตัวเอง ศิลปะเหือดแห้งทั้งดนตรี งานวาด ภาพถ่าย และงานเขียน รักที่ลุ่มๆดอนๆ บางวันดีใจหาย บางวันก็เกือบลืมหายใจ
คืนนี้ตั้งใจจะรีบนอนพักยกแต่หัววัน ( 4 ทุ่ม ) แต่ข่มตาเท่าไหร่ก็ไม่หลับ ลุกมาอัพบล็อคตอนเที่ยงคืนสิบสี่
เสาร์ อาทิตย์นี้จะเป็นเสาร์อาทิตย์แรกที่ได้พักจริงๆอย่างไม่ต้องกังวล กับตารางเรียนที่ผุกมัดตัวเองมา 5 เดือนเต็ม แต่มันก็หมายถึงเวลาที่เราจะได้ใช้ความคิดกับตัวเองมากขึ้น เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครป้อนแบบที่ผ่านมา... ขอ สติ สมาธิ พลัง จงอยู่กับตัวข้า ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ วันนี้จะเริ่มต้นที่พยายามรักษาศีล 5 ไม่ให้ขาด เพราะเดี๋ยวต่อไปศีลจะงอกเงยเป็นหลักร้อยข้อเดี๋ยวจะรักษาได้ไม่มั่นคง (อย่าตึ๊บแมงสาป อย่ามือไว อย่ามัวดูหนังโป๊ อย่าปากหมา อย่ามอมเมาเยาวชน) จบข่าวประจำสัปดาห์... 09 octubre น้ำฝน ฤดู เสียงเพลง และคนเหงาตอนนี้ อากาศข้างนอกตัวบ้านค่อนข้างจะชุ่มฉ่ำ
สายฝนโปรยปรายแบบโหมกระหน่ำลงมา ตั้งแต่ตัวเลขดิจิตอลบนคอมพิวเตอร์ของผมแสดงเวลา 17.00 น. เทวดาของกรุงเทพปล่อยน้ำตาฟ้ามาได้ตรงเวลาเสียนี่กระไร จริงๆแล้วผมก็ชอบฤดูฝนนะ
ถ้าให้มองข้ามข้อเสียคือตากผ้าให้แห้งได้ยาก กับถือกล้องออกไปเดินตะลอนๆถ่ายรูปแบบไม่คิดหน้าคิดหลังไม่ได้ มันก็เป็นฤดูที่น่าอยู่ทีเดียว เพราะต้นไม้มักจะสดชื่นมากๆเวลาเช้า
ดอกไม้จะยามและชุ่มฉ่ำไปด้วยละอองน้ำที่หาได้ยากในหน้าร้อน ใบไม้จะเขียวชอุ่มจนคุณรู้สึกได้ว่าสีมันสวยกว่าสีบนจอมอนิเตอร์คุณเป็นไหนๆ และยิ่งมองนานก็ยิ่งสบายตากว่ามองรูปสีสันฉูดฉาดบนเวบใดๆ ท้องฟ้าในฤดูนี้จะมีอะไรให้มองและถ่ายมากกว่าฤดูอื่นๆ
มีเมฆมากบ้างน้อยบ้างตามแต่อากาศจะแปรปรวน บางทีก็ให้ความรู้ เหงา เหน็บหนาว เปล่าปลี่ยว เดียวดาย เวลาอยู่คนเดียว แต่บางทีก็ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาหลังฝนซา ผมนั่งกลับบ้านอย่างเงียบๆ
ภายนอกกระจกรถหนาๆไม่กี่มิล ข้างนอกเสียงฝนตก ฟ้าคำราม ข้างในเงียบและเหน็บหนาวจากแอร์ธรรมดาๆที่เย็นกว่าวันปกติ ข้างรูหูสองรูของผมเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบาๆ ผมมักจะมีเพลงเพราะๆฟังระหว่างเดินทางเสมอ
แต่จะเพราะมาก เพราะน้อยขึ้นกับบรรยากาศและอารมณ์ บรรยากาศภายนอกที่ขัดแย้งกันแบบนี้ช่วยให้เพลงที่ฟังอยู่มีความไพเราะมากขึ้น เหมือนเวลาที่คุณอกหักแล้วฟังเพลงเศร้า แต่ต่างตรงครั้งนี้ผมไม่ได้อกหัก แต่ก็เศร้าไม่แพ้กัน ในใจเคยคิดอยากจะแต่งเพลงดีๆให้ได้สักสองสามเพลง เพลงที่สามารถสะท้อนถึงสิ่งดีๆที่ฟังทีไรก็รู้สึกดีแบบเพลงที่ชอบ แต่แต่งออกมากี่เพลงๆ ก็ยังดูงงๆ และเหงาๆ เศร้าๆไร้แก่นสาร เขาว่าคนที่แต่งเพลงได้ดี จะต้องแต่งออกมาจากข้างในลึกๆ แสดงว่าเราคงไม่มีแก่นสาร สาระอะไรแน่ๆเลย (T-T)
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จากฤดูร้อน -> ฤดูฝน แล้วก็กำลังจะเข้าสู่ฤดูเหงา... จะได้เดินจับมืออุ่นให้หายหนาวและหายเหงามั๊ยนะปีนี้ ?
เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาหาอย่างช้าๆ
สิ่งที่เคยเขียนว่าอยากจะทำตั้งมากมาย ตอนนี้ก็เหลืออยู่ไม่มากก็จะหมดปีนี้ไปแล้ว จะบริหารเวลายังไงให้มันพอดีกับสิ่งที่อยากทำกัน ? - อยากถ่ายรูปงามๆที่ถูกใจตัวเองมากๆแบบทริปครั้งก่อนอีกซักสองสามยก - อยากกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด นั่งพักนิ่งๆมองต้นไม้ที่บ้านให้ใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน - อยากเก่ง... - อยากเล่นดนตรีแบบที่ไม่มีความกดดันแบบตอนนี้ - อยากนั่งวาดนั่งเขียนอะไรเรื่อยๆและเต็มไปด้วยไอเดียแบบสองปีก่อน - อยากอยู่กับคนที่เข้าใจเราและเราก็เข้าใจเขาจริงๆ ตั้งไว้ให้มันสูง และจะพยายามตะเกียกตะกายให้ได้มาทั้งหมด หรือถ้าไม่ได้ทั้งหมด อย่างน้อยก็ให้ได้ในสิ่งที่ควรจะได้ถ้าเต็มที่แล้วก็ยังดี ....
23 julio รักก็คือรักรักก็คือรัก
แอน ธิติมา
คนรักกัน ให้โกรธกันอย่างไร ก็ยังรักกัน
ความสัมพันธ์ ใช่ว่ามันเกิดขึ้นง่ายดายเมื่อไหร่ ฉันรักเธอ ต่อให้ใจอยากลืมเธอไปเท่าไร ก็ทำไม่ได้ มันฝืนตัวเองไม่ไหว * จากนี้ ฉันควรจะทำเช่นไร เมื่อทำยังไง ก็ยังตัดใจไม่ได้ ** รัก ยังไงมันก็คือรัก
ฉันเองรู้จักคำนี้ ในวันที่มันสายเกินไป ยิ่งหนี หัวใจตัวเองแค่ไหน ยิ่งเราห่างกันสักเท่าไร ได้ยินเสียงหัวใจยิ่งย้ำว่ายังรักเธอ ใจสองเรา ปฎิเสธตัวเองว่าไม่รักกัน
นานนับวัน สิ่งดีดีเกิดขั้นในใจมากมาย ฉันรักเธอ ต่อให้ใจอยากลืมเธอไปเท่าไร ก็ทำไม่ได้ มันฝืนตัวเองไม่ไหว ( ซ้ำ *, **, ** )
17 julio ขอให้ผมเพลง : ขอให้ผม
ศิลปิน : B5 อัลบั้ม : B5 Event The Concert ไสบาบา กล่าวไว้ว่า
บางครั้ง การรักคนที่เขารักเรา ก็ไม่จำเป็นต้องดี เสมอไป ขอให้ผม กับคุณได้พบกัน
และเราได้รักกัน โอ้คุณนั้น...ฮึมม์... ไม่รู้เมื่อไร จะได้เจอ ขอให้ผม กับคุณอยู่ใกล้กัน
ก็ผมรอคุณ อยู่นานแสนนาน โอ้วันนั้น...ฮึมม์...หากเป็นได้จริง * (ผมแค่อยาก) รักคุณหมดหัวใจ
แม้ว่าคุณจะอยู่ ที่แสนไกล ให้บางสิ่งในใจ พาเราไปพบกับคนที่ถูกใจ แม้จะอยู่ที่ใด แม้อะไรจะเกิดจากนี้ไป ผมเพียงอยาก จะขอรักคุณได้มั้ย (ฮู...ฮา...ฮา.....) ขอให้ผม กับคุณได้เข้าใจ
เหตุผลใด เราอย่าไปสนใจ แค่ได้พบ...กัน ฮึมม์... วันนี้รู้เพียงแค่ อยากจะ (ซ้ำ * )
แม้ว่าผม กับคุณไม่พบกัน จะขอรอไปอย่างนั้น จะรักแม้เราไม่รู้จักกัน |
||||
|
|