Perfil de WindypadawindyFotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

Windy Viruchpintu

Ocupación
Ubicación
Intereses
ก็แค่คนธรรมดาๆหนึ่งคน

padawindy

Foto 1 de 8
25 octubre

ใต้แสงนีออนในรถคันหนึ่ง

ผมกำลังนั่งอยู่บนเบาะแคบๆในรถตู้คันเล็กๆคันหนึ่ง
ข้างนอกกระจกใสเห็นเงาคนงานเดินไปเดินมาอยู่ไหวๆ
คงเป็นเพราะกำลังทำการขุดสร้างทางลอดใต้สี่แยกอยู่
รถก็เลยติดแหง่กมาหลายนาทีแล้ว

นั่งมองดูก็ไปน่าคิด
คนบางคนต้องตื่นแต่เช้า รีบเร่งไปตอกบัตรให้ทันเวลาเข้าทำงาน
ทำงานบางที
ก็ต้องเอากลับมาทำบ้าน ดึกๆดื่นๆ
สุขภาพอ่อนแอ จิตใจก็อ่อนล้า

เปรียบเทียบกับคนงานที่ทำงานตอนดึกๆ
ร้อนก็ไม่ร้อน แถมได้ออกกำลังกายทุกวัน ร่างกายแข็งแรงยิ่งนัก

คิดๆแล้วก็น่าสนใจไม่เลว
ถ้ากลับเวลาทำงานเป็นกลางคืนทำงานที่ออกแรงนิดหน่อย
กลางวันพักผ่อนนอนหลับได้ ก็น่าจะไม่เลว
ที่ต้องเสียเพิ่มก็คงเป็นเปลืองพลังงานมาทำแสงสว่างมากขึ้น
แต่สุขภาพผิวน่าจะดีขึ้น สำหรับคนที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งผิวหนัง


อืม...

นี่รถติดนานขนาดคิดเป็นตุเป็นตะไปได้ขนาดนี้เชียวรึเนี่ย

โชคดีที่วันนี้ผมติดหนังสือเล่มใหม่ของวินทร์มาเล่มหนึ่ง
ก็เลยนั่งอ่านเก็บไอเดียไปเพลินๆ ถึงแม้แสงไฟจะหริบหรี่ไปซักหน่อย
พออ่านไปถึงบทหนึ่ง
น้ำตาเกือบจะไหล
เป็นเนื้อเรื่องสั้นๆที่เกี่ยวกับสงคราม
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนถูกบีบอย่างบอกไม่ถูก
 
คล้ายๆกับครั้งที่อ่านหนังสือซีรีย์ของหนังสือเกี่ยวกับวิถีนินจาและซามูไร
ของญี่ปุ่นที่แต่งโดยชาวยุโรปที่ชื่อประมาณ cross the nitingle floor
ความรู้สึกใกล้เคียงกันแต่เนื้อของอารมณ์แตกต่างกันพอสมควร

หนังสือบางเรื่อง
อ่านแล้วก็สะท้อนใจ

หลายเรื่อง
อ่านแล้วไม่ได้อะไร และทำให้จิตตก หดหู่

บางเรื่องอ่านแล้วก็เศร้าหมดอาลัยตายอยาก

แต่บางเรื่องอ่านแล้วก็เกิดไอเดียอะไรมากมาย
บางครั้งมากเกินพอที่จะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตทำมันให้หมดด้วยซ้ำ



 
 
พรุ่งนี้... จะติดเล่มไหนมาอ่านอีกดี ?
24 octubre

แค่คำถาม

แค่คำถาม
K\WG II
 
ได้ฟังคำพูดบางคำ
ตัวฉันก็พอเข้าใจถึงความลำบากใจที่เธอเก็บอยู่ข้างใน
 
ฉันคงไม่รู้ว่าการตัดสินใจที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
จะจบด้วยความผิดหวังซ้ำๆของฉัน
หรือจะเป็นความหวังของเขากันที่ต้องพังทลาย

ฉันก็คงมีแค่คำถามสั้นๆที่อยากจะถาม


หากต้องเลือกระหว่างเธอและฉัน
ว่าในวันหนึ่งที่ใครสักคนจะต้องตายจากกันไป
เธอจะเลือกให้ใครเป็นฝ่ายที่ต้องจากไปก่อน ?

หากว่าเธอนั้นเลือกให้ฉันจากไปก่อน
และเธอจะยอมรับเอาความเจ็บช้ำไว้เบื้องหลัง
เธอจะรู้หรือว่าความสูญเสียในครั้งนั้น เธอจะรับมันไหวซักเพียงใด
และตัวฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะพรากจากเธอไปเช่นกัน

หากแม้เธอเลือกจะเป็นฝ่ายไป
กับความเจ็บปวดรวดร้าวและทรมานเพียงลำพัง
เธอเคยคิดบ้างไหมว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร
เมื่อคนที่ฉันรักจะหายจากกันไปต่อหน้าต่อตา
ฉันจะทนได้อย่างไร


และในการตัดสินใจของเธอครั้งนี้
เธอจะยังคงเลือกเป็นคนไปอยู่กับอดีตเก่าๆที่เธอไม่เต็มใจ
แล้วปล่อยให้ฉันปวดร้าวอยู่อย่างนี้
หรือจะให้ฉันจากไป ฉันก็ไม่เต็มใจเหมือนๆกัน
 
ฉันแค่อยากจะถามเธออีกซักครั้ง

ว่าทางที่เราจะร่วมเดินไปต่อด้วยกัน
ทางที่ดูเหมือนความฝันจะเป็นไปได้ยากลำบากในสายตาผู้คนรอบข้าง
แต่จะเป็นทางที่เราได้เดินเคียงคู่กันไปตลอดทาง
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

มันไม่มีอยู่จริงๆ หรือเพียงเธอมองข้ามมันไป
 




 
 
 
 
Title : โปรดเถอะ
Artist : โป้ โยคีเพลย์บอย
Album : ost.เก็บใจไว้เพื่อรัก
Label : bakery music

intro : Gmaj7 / G / Gmaj7 / G

 G      Gmaj7                Bm7
จริงอยู่ ทุกอย่างสองเรานั้นรู้ไม่จำเป็นต้องบอก
Am7                         D7add9     Dadd9
ฉันเชื่อ คุณค่าจิตใจนั้นเหนือกว่าสิ่งไหน
G  Gmaj7             Bm7
รู้ดี และไม่ต้องการพิธีอะไรที่มากมาย
         Am7                      D7add9   Dadd9  Dsus4/D
เพราะเข้าใจ มั่นใจในเธอทุกครั้งตลอดมา

       Am7  Dadd9                     Am7
แต่ว่าวันนี้ สิ่งที่ฉันเป็นมันต่างจากวันนั้น
         Dadd9               Am7
ทั้งที่จิตใจฉันเองอยากจะเข้มแข็ง
             Dadd9      Am7                      Dadd9
แต่ว่าเรี่ยวแรง บอกว่าฉันคงทนเข้าใจเธอไม่ได้
           Am7                             Dadd9  D
รู้สึกอ่อนล้า จนใจฉันกลัวจะทนไม่ไหว

                G/Gmaj7  Em                     C
* โปรดเถอะนะ     แสดงว่าเธอรักสักครั้งหนึ่ง
            D
ให้ฉันได้ซึ้งถึงความรักบ้าง
       G/Gmaj7    Em                      C
กอดจูบฉันเบาๆ เหมือนที่เธอเคยเมื่อก่อน
              Am7                          Dadd9              G
โปรดช่วยย้อนให้ความจำ และช่วยย้ำให้ฉันมั่นใจอีกที
                   (ซ้ำ *)

             Am7                                  Dadd9
โปรดช่วยย้อนให้ความจำ และช่วยย้ำให้ฉันมั่นใจอีกครั้ง

           (ดนตรี) G / C / G / C

III


 
สามวันหยุด


ที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับพิเศษ
เรื่องที่ดูไม่มีอะไรกลับกลายเป็นปัญหายิ่งใหญ่ที่มากมาย
อารมณ์ที่แกว่งไม่แน่ไม่นอนในทุกๆสิบสองชม.
หน้าที่และบทบาทที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์รอบข้าง
ชีวิตมันก็สนุกอย่างนี้นี่เอง
ที่เราไม่รู้ว่าเรื่องที่เลวร้ายที่สุดจะมาถึงเมื่อไหร่ ?

 

วันเสาร์นี้
เป็นวันหยุดที่เรียกได้อย่างเต็มปากครั้งแรกในรอบ 5 เดือน
หลังจากที่ผมเริ่มไปลงเรียนพิเศษและจบคอร์สลงเมื่อวาน
โดยความรู้ทางด้านภาษาที่เพิ่มขึ้นมาบ้างพอสมควร
แต่ความตั้งใจที่จะขวนขวายต่อเองจากศูนย์กลายเป็นเกือบร้อย
 
แต่ก็เพราะวันนี้เป็นวันหยุดที่ไม่ได้มีมาบ่อย และไม่มีมานาน
แม้จะเสียดายจากการที่จะได้นั่งมองสาวๆน่ารักๆที่ห้องเรียนไปบ้าง
แต่เราก็สามารถชดเชยได้ด้วยการให้อะไรที่ตัวเองต้องการ
 

ได้เดินทางไปเดินดูงานสัปดาห์หนังสืออีกครั้ง
พร้อมกับได้สมุดติดมือมาแทนที่จะเป็นหนังสือ (อีกแล้ว)
 
วันนี้อารมณ์ดูหนังสือไม่มี
เพราะผมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายกับคนรอบข้างอีกครั้ง
จริงๆจะเรียกว่าผมเป็นเหตุก็ไฃเรียกได้ไม่เต็มปาก
เรื่องมันเป็นไปตามเหตุและผลของมันอยู่แล้ว หากมองจากมุมมองข้างนอก
 
 
 
บางครั้ง
การตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องก็ดูยุ่งยากเกิดที่คนบางคนจะรับไหว
เพราะเรื่องที่ต้องตัดสินใจมันมาจากคนมากกว่าหนึ่งคนที่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจ
ชีวิตคนแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
วิธีคิดก็แตกต่างกันบ้างเป็นธรรมดา
แต่การตัดสินใจในสิ่งที่จะเปลี่ยนอนาคตของคนๆหนึ่ง
ก็อาจทำลายความหวังของคนอีกหลายๆคนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
 
 
คำถามก็คือ
ใครควรจะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจที่สุด
คนที่รับผลโดยตรงจากการตัดสินใจนั้น
หรือคนรอบข้างที่ได้ผลกระทบ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โดยส่วนตัว..
ผมเคารพการตัดสินใจของคนที่รับผลโดยตรงของการตัดสินใจครั้งนั้น
มากกว่า..
 
 
 

แต่โลกมันก็ไม่ง่าย อย่างนั้น..
แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ยากกว่านี้ไปทำไม...
ถ้าเราทำมันไม่ง่ายได้...
 

จบหนึ่งวันหยุดแรก ด้วยอารมณ์ที่สวิงสุดๆ
แต่สิ่งที่ดีในวันที่ร้ายก็คือ ได้เสื้อผ้าใหม่มาหนึ่งชุดในราคาที่พอใจ+กลิ่นสนิมเล็กน้อย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ตื่นเช้าขึ้นมาวันใหม่
ด้วยปัญหาที่ท้าทายสุดๆ
กับการแก้ปัญหาที่กองรวมๆกันอยู่บนโต๊ะ
จริงๆแล้วหลายๆปัญหาก็แก้ไปแล้วล่ะ
แต่การที่เราจัดมันให้ดูไม่เรียบร้อย
มันก็อาจจะทำให้คนอื่นมองและตัดสินเราด้วยคำว่าไม่มีความรับผิดชอบได้ง่าย
 
 
การไม่พูด ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเห็น
แต่การไม่แสดงความเห็น ก็ไม่ได้แสดงว่ามีความคิดเช่นกัน
 
 
ลงมือกับการแก้ปัญหาที่ท้าทานด้วยสมาธิที่แกว่ง
แกว่งไปการคิดอะไรนอกกรอบที่ควรเป็น
ทำไมเราต้องทำในสิ่งที่คนอื่นมองว่าดีและควร
และการที่เราทำงานไปเรื่อยๆ มันจะยิ่งทำให้ความคิดและมุมมอง
ในการกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง หรือหวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง
มันมากขึ้นจริงเหรอ ?
 
เรากลายเป็นคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
 
 
 

ความร้อนแรงในสมองวิ่งอย่างเร็วและร้อนประมาณ 3 รอบกว่า
จิตสงบและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
ไม่จำเป็นว่าทางข้างหน้าจะดีอย่างที่คนอื่นมอง
เราจะแคร์คนอื่นทำไมมากมาย ถ้าเราจะเลือกเดินเอง
และเรายอมรับมันได้จริงๆ
 
 
 
เขี่ยปัญหาตรงหน้าทิ้งได้อย่างน่าพอใจสำหรับตัวเอง
ปัญหาใหม่ถาโถมเข้าต่อแทบจะทันทีแต่สติยังไม่พร้อมจะรับ
เพราะรู้และเข้าใจว่าปัญหาใหญ่ๆต้องใช้เวลาและสติที่เพียงพอต่อการย่อย
ถ้าเรามีพร้อมทั้งคู่ ปัญหาอะไรก็เป็นเรื่องเล็ก
จะทำให้ยากไปทำไม :)
 
 
ออกไปเดินเล่นในงานแสดงสินค้าของขวัญที่อาคารชาเลนเจอร์เมืองทอง
เดินแบบไม่คิดอะไร และไม่เอาสมองซีกซ้ายมาใช้
นอกจากคำนวณตังต์ที่จ่ายไปให้กับความสุขที่ได้แลกมา
เป็นการเดินที่ใช้อารมณ์สัมผัสแต่ศิลปะล้วนๆ
สัมผัสแต่สิ่งที่ชอบ มองแต่สิ่งที่สร้างไอเดียสร้างสรรค์ที่ขาดหายไปนาน
และ
ซื้อมาแต่สมุดอีกแล้ว...
 
ผ่านไปครึ่งฮอล ได้สมุดไป 6-7 เล่ม
เป็นการหมดตังค์ที่ไม่มาก แต่อารมณ์+อาร์ตดีขึ้นเยอะเลย
 
 

ก่อนกลับบ้านแวะทานข้าว+ซื้อสินค้าเอาไว้แก้ปัญหาพรุ่งนี้
และนมบำรุงฝากพี่สาวอีกเล็กน้อย
 
กลับมานั่งทำสมาธิขณะรีดผ้า ผ้ามากมายก่ายกอง ใส่ได้เป็นเดือน
รีดจนไม่รู้สึกว่ารีดผ้าอยู่... แขนทำงานเป็นอัตโนมัติ...
 
ค่ำคืนนี้จบลงด้วยพละกำลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่คิดและจดไว้มานานสามเดือน
ระบบของเวบใหม่เสร็จตอนเที่ยงคืน 44 นาที

นอนตายตาหลับ...
 
 
 
 
 
 
 

ตื่นเช้ามาจัดแจงหน้าตาตัวเอง
กล้องและอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมทั้งข้อมูลที่เผื่อต้องใช้ ก่อนออกจากบ้าน
 
วันนี้เดินทางไปเป็นพิธีกรช่วยในงานมีตติ้งประจำ(สอง)ปีของเวบ
และควบตำแหน่งตากล้องประจำเวบ
ปีนี้ทำงานน้อยลง เพราะเริ่มทำงานเป็นทีมมากขึ้น
ผลงานมากขึ้น คุณภาพสูงขึ้น และเหนื่อยแรงน้อยลง
 
 
ได้พักผ่อนหย่อนใจกับการเก็บบรรยากาศ
รู้สึกว่าตัวเองอ่อนประสบการณ์ลงไปมากมายเพราะขาดการซ้อมเป็นเวลานาน
สงครามครั้งหน้ากำลังจะเริ่มต้น ณ ต้นเดือนหน้า
เป็นสงครามที่พลาดไม่ได้ และไม่มีโอกาสให้พลาดอีกแล้ว
ก่อนจะปลดระหว่างอาวุธเข้าไปฝึกจิตใจในศาสนา
 
 

เสร็จงานเดินทางไปงานสัปดาห์อีกครั้ง
ตามคำแนะนำของน้องว่าให้ไปดูหนังสือบางเล่มอีกครั้ง
และครั้งนี้ก็ได้มันมาครองจริงๆ
 
ของที่เราต้องการบางอย่าง
จดๆจ้องๆมันตั้งนาน ก็มองไม่เห็นค่า
ต้องรอให้คนอื่นมาชมความงามต่อหน้าต่อตา
คนเราถึงจะเชื่อและมองเห็นคุณค่าได้ง่ายกว่ามองเอง
 
ตกลงเราเชื่อตัวเอง หรือเชื่อคนอื่นกันแน่ ???
 
 
 

นั่งรถกลับบ้าน
ง่วงนอนอยากหลับมากมาย
ระหว่างนั่งรถรู้สึกได้ถึงความน่ารักของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งข้างหลัง
มองไม่เห็น เพราะง่วง
แต่รู้สึกได้ว่าน่ารักและน่าเป็นนางแบบให้ถ่ายรูปมากมาย
แต่เนื่องจากง่วง ไม่มีแรง และไม่รู้จะทำยังไง
เลยเก็บเอาแค่อารมณ์สดชื่นกลับมา แล้วปล่อยให้เธอจากไป
ถ้าฟ้ามีตา ครั้งหน้าพาเธอกลับมาที
ผมอยากถ่ายรูปเธอซักที...

กลับถึงบ้าน
นั่ง process รูปด้วยใจระทึก
HDD ของ note book ใกล้เต็ม พื้นที่ๆไม่พอนั่งทำรูปทั้งหมดแน่ๆ
พื้นที่บนเวบก็ร่อยหรอเกินกว่าจะยัดเยียดรูปทั้งหมดที่มี
แล้วฟ้าก็ประทานเฮ้ยยอดมาช่วย
พี่แกใจป้ำเพิ่มพื้นที่ให้เป็นร้อยเม็ก โอวววว....  (เสียงประกอบคำบรรยายว่าดีใจแค่ไหน)
 
 
มีแรงนั่ง process ไป แต่ง gallery ไป
รวมทั้งล้าง Wall paper ห่วยๆสมัยรุ่นคุณปู่ทิ้ง และแต่งใหม่ให้งามสุดๆ
ทำเสร็จนอนตายตาหลับ
 
 
งานที่ค้างคา วันหน้ายังมี....
แต่วันนี้มีความสุขกับศิลปะที่ขาดแคลนมานานแล้ว (^-^)

 
19 octubre

อ่อนแอเพราะขาดแคลนศิลปะมาหล่อเลี้ยง

นั่งจิ้มคอมอยู่ท่ามกลางความมืดอีกครั้ง
ช่วงนี้อากาศลุ่มๆดอนๆ
เหมือนหัวใจที่กระเด้งกระดอนไปมาไม่นิ่งเสียที


คงเพราะกำลังจะถึงเวลาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในชีวิต
การทำงานที่ต้องเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาที่ท้าทายมากขึ้น
แต่เวลาที่ยังจำกัดเหมือนเดิม
 
ยังจำได้ว่า
ตอนที่ยังเรียนอยู่ในคณะ ยังพักอยู่ในหอ
ผมมักจะเขียนกราฟเล็กๆอันหนึ่งเอาไว้เตือนใจตัวเองที่ไวท์บอร์ด
กราฟเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่าที่มีจุดตัดตรงกลาง
แต่ละมุมจะถูกกำกับด้วยคำที่แทนความหมาย
ของสิ่งสำคัญในชีวิตไว้
โดยแบ่งออกเป็น 6 อย่างง่ายๆ คือ

สุขภาพ ความรู้ เพื่อน ศิลปะ อารมณ์ และ รัก


วันไหนอารมณ์ดี กราฟด้านอารมณ์
ก็จะพุ่งออกจากจุดศูนย์กลางไปแตะปลายแหลมด้านอารมณ์ของรูปหกเหลี่ยม

วันไหนไปเฮฮา ทำกิจกรรม กับเพื่อนๆมา
วันนั้นกราฟเพื่อนก็จะวิ่งทะลุยอดแหลมไป

วาเลนไทน์ตอนปีสองที่เดินถือดอกไม้คนเดียว ไม่รู้จะเอาไปให้ใคร
กราฟด้านรักก็จะเหี่ยวใกล้จุดศูนย์กลาง

ชีวิตก็เป็นอยู่แบบนี้...
เบี้ยวๆ เบนๆ แต่ก็มีความสุขมากบ้างน้อยบ้างตามสภาพ
ไม่เคยมีอะไรเต็มสมบูรณ์ แต่ก็เคยมีครั้งไหนที่เลวร้ายไปเสียทุกอย่าง


วันนี้ร่างกายอ่อนแอ จนรู้สึกว่าใช้ร่างกายโหมมากเกินไปหรือเปล่า
พี่ๆน้องๆเข้าโรงพยาบาลกันเป็นว่าเล่น

วันนี้เราให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆในชีวิตบ้างมั๊ย ?

นั่งคิดแล้วย้อนดู
ถ้าวาดกราฟด้านนี้จริงๆ
ด้านความรู้คงกำลังพุ่งขึ้นเป็นจังหวะที่เมามันกว่าปีไหนๆ
แต่สุขภาพกลับร่วงลงอยู่น่าใจหาย
ทำงานและเรียนเสียจนไม่มีเวลาออกกำลังกายเหมือนครึ่งปีก่อน

เพื่อนเพิ้นไม่ได้พบเจอหน้าตา และกินข้าวด้วยกันเกือบสามเดือน
นับตั้งแต่วันเกิดตัวเอง

ศิลปะเหือดแห้งทั้งดนตรี งานวาด ภาพถ่าย และงานเขียน
รักที่ลุ่มๆดอนๆ บางวันดีใจหาย บางวันก็เกือบลืมหายใจ


คืนนี้ตั้งใจจะรีบนอนพักยกแต่หัววัน ( 4 ทุ่ม )
แต่ข่มตาเท่าไหร่ก็ไม่หลับ ลุกมาอัพบล็อคตอนเที่ยงคืนสิบสี่

เสาร์ อาทิตย์นี้จะเป็นเสาร์อาทิตย์แรกที่ได้พักจริงๆอย่างไม่ต้องกังวล
กับตารางเรียนที่ผุกมัดตัวเองมา 5 เดือนเต็ม
แต่มันก็หมายถึงเวลาที่เราจะได้ใช้ความคิดกับตัวเองมากขึ้น
เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครป้อนแบบที่ผ่านมา...

ขอ สติ สมาธิ พลัง จงอยู่กับตัวข้า

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

วันนี้จะเริ่มต้นที่พยายามรักษาศีล 5 ไม่ให้ขาด
เพราะเดี๋ยวต่อไปศีลจะงอกเงยเป็นหลักร้อยข้อเดี๋ยวจะรักษาได้ไม่มั่นคง

(อย่าตึ๊บแมงสาป อย่ามือไว อย่ามัวดูหนังโป๊ อย่าปากหมา อย่ามอมเมาเยาวชน)

จบข่าวประจำสัปดาห์...
09 octubre

น้ำฝน ฤดู เสียงเพลง และคนเหงา

 
ตอนนี้ อากาศข้างนอกตัวบ้านค่อนข้างจะชุ่มฉ่ำ
สายฝนโปรยปรายแบบโหมกระหน่ำลงมา
ตั้งแต่ตัวเลขดิจิตอลบนคอมพิวเตอร์ของผมแสดงเวลา 17.00 น.
เทวดาของกรุงเทพปล่อยน้ำตาฟ้ามาได้ตรงเวลาเสียนี่กระไร
 
จริงๆแล้วผมก็ชอบฤดูฝนนะ
ถ้าให้มองข้ามข้อเสียคือตากผ้าให้แห้งได้ยาก
กับถือกล้องออกไปเดินตะลอนๆถ่ายรูปแบบไม่คิดหน้าคิดหลังไม่ได้
มันก็เป็นฤดูที่น่าอยู่ทีเดียว
 
 
เพราะต้นไม้มักจะสดชื่นมากๆเวลาเช้า
ดอกไม้จะยามและชุ่มฉ่ำไปด้วยละอองน้ำที่หาได้ยากในหน้าร้อน
ใบไม้จะเขียวชอุ่มจนคุณรู้สึกได้ว่าสีมันสวยกว่าสีบนจอมอนิเตอร์คุณเป็นไหนๆ
และยิ่งมองนานก็ยิ่งสบายตากว่ามองรูปสีสันฉูดฉาดบนเวบใดๆ
 
 
 
ท้องฟ้าในฤดูนี้จะมีอะไรให้มองและถ่ายมากกว่าฤดูอื่นๆ
มีเมฆมากบ้างน้อยบ้างตามแต่อากาศจะแปรปรวน
บางทีก็ให้ความรู้ เหงา เหน็บหนาว เปล่าปลี่ยว เดียวดาย เวลาอยู่คนเดียว
แต่บางทีก็ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาหลังฝนซา
 
 
 
 
 
ผมนั่งกลับบ้านอย่างเงียบๆ
ภายนอกกระจกรถหนาๆไม่กี่มิล ข้างนอกเสียงฝนตก ฟ้าคำราม
ข้างในเงียบและเหน็บหนาวจากแอร์ธรรมดาๆที่เย็นกว่าวันปกติ
ข้างรูหูสองรูของผมเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบาๆ
 
 
ผมมักจะมีเพลงเพราะๆฟังระหว่างเดินทางเสมอ
แต่จะเพราะมาก เพราะน้อยขึ้นกับบรรยากาศและอารมณ์
บรรยากาศภายนอกที่ขัดแย้งกันแบบนี้ช่วยให้เพลงที่ฟังอยู่มีความไพเราะมากขึ้น
เหมือนเวลาที่คุณอกหักแล้วฟังเพลงเศร้า
แต่ต่างตรงครั้งนี้ผมไม่ได้อกหัก แต่ก็เศร้าไม่แพ้กัน
 
 

ในใจเคยคิดอยากจะแต่งเพลงดีๆให้ได้สักสองสามเพลง
เพลงที่สามารถสะท้อนถึงสิ่งดีๆที่ฟังทีไรก็รู้สึกดีแบบเพลงที่ชอบ
แต่แต่งออกมากี่เพลงๆ ก็ยังดูงงๆ และเหงาๆ เศร้าๆไร้แก่นสาร
เขาว่าคนที่แต่งเพลงได้ดี จะต้องแต่งออกมาจากข้างในลึกๆ
 
แสดงว่าเราคงไม่มีแก่นสาร สาระอะไรแน่ๆเลย (T-T)
 
 
 
 
 
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จากฤดูร้อน -> ฤดูฝน
แล้วก็กำลังจะเข้าสู่ฤดูเหงา...
 
จะได้เดินจับมืออุ่นให้หายหนาวและหายเหงามั๊ยนะปีนี้ ?
เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาหาอย่างช้าๆ
สิ่งที่เคยเขียนว่าอยากจะทำตั้งมากมาย
ตอนนี้ก็เหลืออยู่ไม่มากก็จะหมดปีนี้ไปแล้ว
จะบริหารเวลายังไงให้มันพอดีกับสิ่งที่อยากทำกัน ?

 - อยากถ่ายรูปงามๆที่ถูกใจตัวเองมากๆแบบทริปครั้งก่อนอีกซักสองสามยก
 - อยากกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด นั่งพักนิ่งๆมองต้นไม้ที่บ้านให้ใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน
 - อยากเก่ง...
 - อยากเล่นดนตรีแบบที่ไม่มีความกดดันแบบตอนนี้
 - อยากนั่งวาดนั่งเขียนอะไรเรื่อยๆและเต็มไปด้วยไอเดียแบบสองปีก่อน
 - อยากอยู่กับคนที่เข้าใจเราและเราก็เข้าใจเขาจริงๆ

ตั้งไว้ให้มันสูง และจะพยายามตะเกียกตะกายให้ได้มาทั้งหมด
หรือถ้าไม่ได้ทั้งหมด อย่างน้อยก็ให้ได้ในสิ่งที่ควรจะได้ถ้าเต็มที่แล้วก็ยังดี
....

 
23 julio

รักก็คือรัก

รักก็คือรัก
แอน ธิติมา

คนรักกัน ให้โกรธกันอย่างไร ก็ยังรักกัน
ความสัมพันธ์ ใช่ว่ามันเกิดขึ้นง่ายดายเมื่อไหร่

ฉันรักเธอ ต่อให้ใจอยากลืมเธอไปเท่าไร
ก็ทำไม่ได้ มันฝืนตัวเองไม่ไหว
 
* จากนี้ ฉันควรจะทำเช่นไร
เมื่อทำยังไง ก็ยังตัดใจไม่ได้

 
** รัก ยังไงมันก็คือรัก
ฉันเองรู้จักคำนี้ ในวันที่มันสายเกินไป
ยิ่งหนี หัวใจตัวเองแค่ไหน
ยิ่งเราห่างกันสักเท่าไร
ได้ยินเสียงหัวใจยิ่งย้ำว่ายังรักเธอ

 
ใจสองเรา ปฎิเสธตัวเองว่าไม่รักกัน
นานนับวัน สิ่งดีดีเกิดขั้นในใจมากมาย

ฉันรักเธอ ต่อให้ใจอยากลืมเธอไปเท่าไร
ก็ทำไม่ได้ มันฝืนตัวเองไม่ไหว

 
( ซ้ำ *, **, ** )

 
17 julio

ขอให้ผม

เพลง : ขอให้ผม
ศิลปิน : B5
อัลบั้ม : B5 Event The Concert

    ไสบาบา กล่าวไว้ว่า
    บางครั้ง การรักคนที่เขารักเรา
    ก็ไม่จำเป็นต้องดี เสมอไป
 
ขอให้ผม กับคุณได้พบกัน
และเราได้รักกัน โอ้คุณนั้น...ฮึมม์...
ไม่รู้เมื่อไร จะได้เจอ

ขอให้ผม กับคุณอยู่ใกล้กัน
ก็ผมรอคุณ อยู่นานแสนนาน
โอ้วันนั้น...ฮึมม์...หากเป็นได้จริง

    * (ผมแค่อยาก) รักคุณหมดหัวใจ
    แม้ว่าคุณจะอยู่ ที่แสนไกล
    ให้บางสิ่งในใจ พาเราไปพบกับคนที่ถูกใจ
    แม้จะอยู่ที่ใด แม้อะไรจะเกิดจากนี้ไป
    ผมเพียงอยาก จะขอรักคุณได้มั้ย

    (ฮู...ฮา...ฮา.....)

    ขอให้ผม กับคุณได้เข้าใจ
    เหตุผลใด เราอย่าไปสนใจ
    แค่ได้พบ...กัน ฮึมม์...
    วันนี้รู้เพียงแค่ อยากจะ

    (ซ้ำ * )

แม้ว่าผม กับคุณไม่พบกัน
จะขอรอไปอย่างนั้น จะรักแม้เราไม่รู้จักกัน